โรคพาร์กินสัน อาหารเสริม Tremanol

โรคพาร์คินสันเป็นความผิดปกติการเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง อาการของโรคพากินสันเกิดจากเซลล์ที่ผลิตโดปามีนในซับสแตนเชียไนกรา อันเป็นบริเวณหนึ่งในสมองส่วนกลาง ตาย ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุของการตายของเซลล์นี้ ในช่วงที่เป็นโรคใหม่ ๆ อาการเด่นชัดที่สุดเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ซึ่งรวมการสั่น สภาพแข็งเกร็ง เคลื่อนไหวช้าและเดินและท่าเดินลำบาก ต่อมา อาจเกิดปัญหาการคิดและพฤติกรรมได้ โดยภาวะสมองเสื่อมเกิดได้ทั่วไปในระยะท้ายของโรค ขณะที่ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการจิตเวชที่พบบ่อยที่สุด อาการอื่นมีปัญหารับความรู้สึก การหลับและอารมณ์ โรคพาร์คินสันพบมากในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยส่วนมากเกิดอาการหลังอายุ 50 ปี

โรคพาร์คินสันทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการทางระบบประสาทที่เด่นชัด 3 ประการ ได้แก่ อาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้า อาการสั่น มักเกิดขึ้นขณะอยู่เฉยๆ มีลักษณะเฉพาะคือ สั่นมากเวลาอยู่นิ่งๆ แต่ถ้าเคลื่อนไหว หรือยื่นมือทำอะไร อาการสั่นจะลดลงหรือหายไป มักเกิดขึ้นที่มือข้างใดข้างหนึ่ง สังเกตได้จากมือสั่นเวลาผู้ป่วยเดิน อาการเกร็ง มักมีอาการแข็งตึงของแขนขา และลำตัว ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก ปวดตามกล้ามเนื้อ อาการเคลื่อนไหวช้า ทำอะไรช้าลงไปจากเดิมมาก ไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม เดินช้าและงุ่มง่าม แบบสโลว์โมชั่น สังเกตได้ว่าแขนไม่แกว่ง และผู้ป่วยมักบ่นว่าแขนขาไม่มีแรง ทำไมต้องสั่ง Tremanol จากเรา เราคือผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ อาหารเสริมและวิตามิน รวมถึงสินค้าเพื่อความงามอื่นๆ ที่ได้รับมาจรฐานสูงสุดจากอเมริกา รับประกันสินค้าของแท้จาก USA สินค้ามี stock ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ World Class product พบกับผลิตภัณฑ์ระดับโลก Premium Quality คุณภาพสูงเห็นผลเร็ว Satisfaction รับประกันความพึงพอใจ และ สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัย มาตรฐาน อย.อเมริกา

Tremanol บรรเทาอาการสั่นโดย การเพิ่มประสิทธิภาพของปลายประสาทสาเหตุของการสั่นตามมือและส่วนอื่นๆ บรรเทาอาการสั่นที่มือและส่วนอื่นๆ การให้สารอาหารจากธรรมชาติในการบรรเทาการสั่นในระยะยาว Tremanol คือการแก้ปัญหาเฉพาะทางเพื่อลดการสั่นจากโรคพาร์กินสัน ซึ่งแตกต่างจากวิธีการลดอาการสั่นอื่น ๆ ส่วนผสมทั้งหมดจากธรรมชาติของ Tremanol ช่วยการแก้จากต้นเหตุของปัญหา ส่วนผสมที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษช่วยให้สารสื่อประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังช่วยด้านการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและจากนั้นจึงเพิ่มโอกาสในการลดอาการสั่นตามส่วนต่างๆ Tremanol เพิ่มประสิทธิภาพปลายประสาทซึ่งให้ผลในการบรรเทาอาการที่ดีที่สุดในการแก้อาการมือสั่น การลดอย่างต่อเนื่องของการสั่น โรคพาร์กินสัน อาหารเสริม จำเป็นต้องใช้เวลา Tremanol ทำงานเพื่อสนับสนุนการทำงานของสารสื่อประสาทที่ดีกว่า ทั้งการเชื่อมต่อและถ่ายทอดข้อมูลเข้าและออกจากสมอง Tremanol ให้ผลดีใน 3 ด้าน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเส้นประสาทในมือที่สั่นไปยังสมอง บรรเทาความเสียหายที่เส้นประสาทที่ทำให้เกิดการสั่น ช่วยให้ร่างกายมีสารที่จำเป็นสำหรับการทำงานของเส้นประสาทที่เหมาะสม

ช่วยบรรเทาอาการมือและขาสั่นได้ ประมาณ 5% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคพาร์กินสันมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทราบตำแหน่งบนโครโมโซม (Chromosome) ชัดเจน และสามารถถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้ ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะปรากฏอาการของโรคพาร์กินสันก่อนอายุ 45 ปี ซึ่งแตกต่างจากผู้ป่วยที่ไม่ได้มีสาเหตุจากพันธุกรรมเป็นหลัก ที่จะปรากฏอาการเมื่ออายุมากกว่า 60 ปีไปแล้ว สำหรับสาเหตุการเกิดโรคในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เหลือ ไม่ทราบชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าน่า จะเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีผลร่วมกัน โดยพบว่ามีปัจจัยบางอย่างช่วยลดโอกาสการเกิดโรคพาร์กินสัน เช่น การดื่มกาแฟ การสูบบุหรี่ การใช้ยาลดการอักเสบในกลุ่มเอ็นเสดส์ (NSAID) และการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเป็นต้น Tremanol ส่งเสริมระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยในการสนับสนุนการทำงานของเซลล์ประสาทให้มีสุขภาพดี ปรับปรุงการทำงานของสมองโดยรวม ช่วยในการลดอาการสั่นได้ในระยะยาว บรรเทาอาการสั่นที่พบบ่อยรวมทั้งอาการเกร็ง

เนื่องจากสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคพาร์กินสันยังไม่ทราบชัดเจน ดังนั้นการป้องกันเต็มร้อยจึงเป็นไปไม่ได้ แต่บางการศึกษาพบว่า การกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยจำกัดอาหารกลุ่มไขมันและเนื้อแดง (เนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) จำกัดอาหารในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม กินผัก ผลไม้เพิ่มขึ้นให้มากๆเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อาจช่วยลดโอกาสเกิดอาการ หรือ ลดความรุนแรงจากอาการของโรคนี้ลงได้บ้าง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสันในผู้สูงอายุ ร่างกายคนเรานั้นเมื่อเข้าสู่วัยชราก็เป็นธรรมดาที่โรคภัยไข้เจ็บจะมาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก และหนึ่งในจำนวนหลายโรคที่เกิดได้ในวัยชรานั่นก็คือ “โรคพาร์กินสัน” ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้เกิดอาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้าซึ่งมีสาเหตุดังนี้

สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคพาร์กินสัน ความชราภาพของสมอง จึงมีผลทำให้เซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีนมีจำนวนลดลง โดยจะพบบ่อยที่สุดและพบมากในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และพบได้ทั้งเพศชายและหญิง ยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์กดหรือต้านการสร้างสารโดปามีน แต่ปัจจุบันยากลุ่มนี้ลดความนิยมในการใช้ลง แต่ปลอดภัยสูงกว่าและไม่มีผลต่อการเกิดโรคพาร์กินสัน ยาลดความดันโลหิตสูง แต่ในระยะหลัง ๆ ยาควบคุมความดันโลหิตส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์นอกระบบประสาทส่วนกลาง แต่มีผลทำให้ขยายหลอดเลือดส่วนปลาย จึงไม่ส่งต่อสมองที่จะทำให้เกิดโรคพาร์กินสันต่อไป หลอดเลือดในสมองอุดตัน ทำให้เซลล์สมองที่สร้างโดปามีนมีจำนวนลดน้อยลง หรือหมดไป สารพิษทำลายสมอง ได้แก่ พิษจากสารคาร์บอนมอนนอกไซด์ สารแมงกานีสในโรงงานถ่านไฟฉาย สมองขาดออกซิเจน ในกรณีที่ถูกบีบคอ จมน้ำ เกิดการอุดตันในทางเดินหายใจ เป็นต้น ศีรษะถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ การอักเสบของสมอง โรคทางพันธุกรรม เช่น โรควิลสัน ซึ่งเกิดจากการที่มีอาการของโรคตับพิการร่วมกับโรคสมอง โดยทั่วไปผู้ที่เป็น โรคพาร์กินสัน อาการจะแสดงออกมากน้อยแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ด้าน เช่น อายุ ระยะเวลาการเป็นโรค และภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวโรคพาร์กินสัน – Parkinson247

สมุนไพรช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน

ความรู้เรื่องสมุนไพรที่เป็นความหวังของผู้ป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน เกิดจากความเสื่อมของสมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งสารสื่อประสาทโดพามีน ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังพบว่าสารพิษ อนุมูลอิสระ มีส่วนทำลายเซลล์สมองส่วนที่ควบคุมการหลั่งโดพามีน ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการสั่น และมักเป็นข้างเดียว ในปัจจุบันยาหลักที่ใช้รักษา หากเป็นผู้ป่วยอายุน้อย ยังไม่ถึง 70 ปี หรือมีอาการของโรคไม่มาก แพทย์จะเริ่มใช้ยาในกลุ่ม ช่วยชะลอการดำเนินของโรคมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์สมองและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

หมามุ่ยช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน หมามุ่ย เป็นสมุนไพรที่ศาสตร์อายรุเวทของอินเดีย ใช้รักษาโรคพาร์กินสันมาเป็นเวลานาน ผลการศึกษาพบว่า เมล็ดหมามุ่ยมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์สมอง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านความเครียดที่ส่งผลให้เซลล์สมองถูกทำลาย (ศึกษาในหนูทดลอง) บางการศึกษายังพบว่าหมามุ่ยช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทจำพวกซีโรโทนิน ซึ่งเป็นผลดีในการรักษาอาการซึมเศร้า จึงอาจกล่าวได้ว่าในอนาคตหมามุ่ยอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่พัฒนาขึ้นเป็นยาเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน เพื่อทดแทนยาสังเคราะห์

อย่างไรก็ตามไม่ควรนำหมามุ่ยมาทำเป็นยารักษาเอง จนกว่าจะมีผลการศึกษายืนยันในด้านสายพันธุ์ของหมามุ่ยที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้ในคน ร่างกายคนเรานั้นเมื่อเข้าสู่วัยชราก็เป็นธรรมดาที่โรคภัยไข้เจ็บจะมาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก และหนึ่งในจำนวนหลายโรคที่เกิดได้ในวัยชรานั่นก็คือ โรคพาร์กินสัน ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้เกิดอาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้าลง

โรคพาร์กินสัน

วิธีทางกายภาพบำบัดง่ายๆ ที่ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอาจทำเองได้ เนื่องจาก โรคพาร์กินสันเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ป่วย สูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายได้มาก การบำบัดรักษาด้วยวิถีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู จึงเป็นวิธีการรักษาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ช่วยป้องกัน และแก้ไขอาการความผิดปกติที่เนื่องมาจากโรค เป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย และช่วยเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้มีดังนี้ การเดินให้ยืนตัวตรงก่อนและก้าวเท้าให้ยาวพอสมควรไม่ก้าวสั้นเกินไป โดยเดินเอาส้นเท้าลงให้เต็มฝ่าเท้าและในขณะที่เดินก็แกว่งแขนไปด้วยเพราะทำให้การทรงตัวดีขึ้น การจัดท่าของร่างกาย ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันสมควรจัดทำให้ถูกต้องในทุกอิริยาบถมิเช่นนั้นจะมีผลต่อการปวดเมื่อยร่างกายและการทรงตัว ฝึกยืนเชิดหน้าให้หลังชิดกำแพงหรือผนังห้อง ให้ขาสองข้างห่างกันเล็กน้อย ปลายส้นเท้าห่างฝาห้องประมาณ ๔ นิ้ว จากนั้นยกไหล่ หลังและหัวแตะกำแพงเป็นท่าที่จะทำให้ผู้ป่วยยืนยืดตัวได้เต็มที่

การทรงตัว ให้ใช้รองเท้าส้นเตี้ยห้ามใส่รองเท้าส้นสูงเป็นอันขาด และไม่ใช้รองเท้าที่ทำด้วยวัสดุบางหรือเหนียวติดพื้นง่าย การบริหารร่างกายสำหรับผู้ที่เป็นโรคพาร์กินสันนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันในการทรงตัวของผู้ป่วย การนอน ไม่ควรใช้เตียงที่สูงเกินไป เวลาขึ้นเตียงนอนให้นั่งที่ขอบเตียงก่อน จากนั้นเอนตัวนอนตะแคงข้างโดยใช้ข้อศอกยันแล้วจึงยกเท้าขึ้นขอบเตียง

วิธีนี้จะช่วยลดอาการปวดหลังปวดเอวได้ การพูด บางครั้งในขณะพูดผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องใช้ความพยายามมากและอาจเหนื่อยได้ถ้าพูดนานหรือประโยคยาวๆ ดังนั้นการพูดประโยคหรือคำพูดสั้นๆ ที่ได้ใจความจึงจำเป็น และต้องให้เวลากับผู้ป่วยเวลาจะนึกคำพูด จะเห็นได้ว่าบทบาทของการทำกายภาพบำบัด มีความสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูสมรรถภาพและสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับคนปกติดังนั้นโรคพาร์กินสัน ในปัจจุบันสามารถให้การบำบัดรักษาและทำให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่สดใสอีกเช่นเดิม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวโรคพาร์กินสัน – Parkinson247

แนวทางการรักษาโรคพาร์กินสัน

เทคนิครู้เท่าทันอาการของโรคพาร์กินสันของผู้สูงวัยทั้งชายและหญิง จากการคาดการณ์ของสภากาชาดไทยพบว่าปัจจุบันประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคพาร์กินสันอยู่ประมาณ 80,000–120,000 คน หรืออาจจะมากกว่านี้ก็ได้ ทั้งนี้เนื่องจากอาจมีผู้ป่วยหลายรายที่ไม่ทราบว่าตนเองนั้นป่วยและไม่ได้เข้ารับการรักษา อาการของโรคพาร์กินสัน อาการหลักๆ ที่พบได้ในผู้ป่วยด้วยโรคพาร์กินสันก็คือการเคลื่อนไหวที่ช้าลง โดยสังเกตได้จากมีท่าทางเหมือนหุ่นยนต์ มีการยิ้มน้อยลง การเดินช้าลง ตัวค่อม แขนไม่แกว่ง ไม่สามารถกลับตัวได้ในทันที เวลานอนกลางคืนจะไม่ค่อยมีการขยับตัว เสียงพูดเบาลง เขียนหนังสือตัวเล็กลงเรื่อย ๆ และในขณะเดียวกันก็จะมีอาการสั่น ซึ่งตำแหน่งที่มีอาการสั่นแล้วเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือมือ โรคพาร์กินสันรักษาอย่างไร การรักษาหลักของโรคพาร์กินสันก็คือการรักษาด้วยยาที่เป็นสารตั้งต้นตัวหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามเมื่อรักษาด้วยยาไปจนถึงระดับหนึ่งแล้ว การปรับยารักษาก็จะยากขึ้น เนื่องจากมีข้อแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อใส่เครื่องกระตุ้นสมองด้วยไฟฟ้าชนิดหนึ่งเพื่อทำการกระตุ้นความไม่สมดุลของภาวะการทำงานของสมอง

เพื่อปรับให้การทำงานของสมองดีขึ้น แต่การรักษาโดยวิธีนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคหรือทำให้สามารถหยุดยาได้ แต่สามารถช่วยให้การรักษาผู้ป่วยในรายที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นได้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคพาร์กินสัน สิ่งที่ควรทำคือหมั่นดูแลสุขภาพร่างกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรค และหมั่นสังเกตถึงความผิดปรกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ถ้าหากไม่แน่ใจ ก็ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์

เผยแนวทางการสังเกตร่างกายเคลื่อนไหวผิดปกติในอาการของโรคพาร์กินสัน โรคพาร์กินสันเป็นอาการเสื่อมทางสมองเรื้อรังและจะมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การควบคุมการเคลื่อนไหว การพูด และการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ในร่างกายเสื่อมลง โดยทางสถิติน่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ในประเทศไทย ประมาณ 40,000-50,000 คน ซึ่งในบางส่วนอาจยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ตลอดจนยังไม่ได้รักษาอย่างถูกวิธี อาการของโรคพาร์กินสัน อาการหลักของโรคพาร์กินสันจะมีอาการแสดงของโรคมากหรือน้อยนั้นแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย และระยะเวลาการเป็นโรค และภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา ซึ่งอาการของโรคประกอบด้วย 4 อาการหลัก ได้แก่ อาการสั่นเป็นอาการเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน มักสั่นมากเวลาอยู่นิ่ง ๆ แต่ถ้ามีการเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อาการสั่นจะลดลงหรือหายไปเอง อาการเกร็ง อาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อทำให้รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะแขน ขาและหลัง โดยที่ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำงานหนัก กล้ามเนื้อจะมีความตึงตัวสูงและเกร็งแขนอยู่ตลอดเวลา อาการเคลื่อนไหวช้า อาการเคลื่อนไหวไม่กระฉับกระเฉงว่องไวเหมือนเดิม โดยการเคลื่อนไหวเริ่มช้าลง เริ่มเดินช้า ทำกิจกรรมต่าง ๆ ช้าลงกว่าเดิมมาก อาการสูญเสียการทรงตัว เมื่อมีอาการสูญเสียการทรงตัวอาจจะมีอาการที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ อาการน้ำลายไหล เขียนตัวหนังสือเล็ก เดินไม่แกว่งแขน เดินซอยเท้า เท้าติด ยกเท้าลำบาก หกล้มบ่อย นอนไม่หลับ เป็นต้น ในปัจจุบันโรคพาร์กินสันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม รวมทั้งการเปลี่ยนถ่ายของเซลล์ตัวอ่อน หรือวิธีล้างสารตกค้างจากร่างกาย เนื่องจากยังไม่รู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ว่าเกิดจากอะไร

โรคพาร์กินสัน

เผยแนวทางในการรักษาโรคพาร์กินสัน โรคที่ไม่ใช่แค่เกิดอาการสั่น ในปัจจุบันนี้บุคคลทั่วไปมีความตื่นตัวและสนใจเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันกันมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่โรคที่เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้นโรคพาร์กินสันเป็นอาการเสื่อมทางสมองเรื้อรังและจะมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การควบคุมการเคลื่อนไหว การพูด และการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ในร่างกายเสื่อมลง โดยทางสถิติน่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ในประเทศไทย ประมาณ 40,000 – 50,000 คน ซึ่งในบางส่วนอาจยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ตลอดจนยังไม่ได้รักษาอย่างถูกวิธี

แนวทางการรักษา ในทางวงการแพทย์นั้นโรคพาร์กินสันสามารถรักษาได้หลายวิธี ทั้งจากการรับประทานยา การฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง หรือแม้แต่การผ่าตัดสอดสายเข้าลำไส้เล็ก เพื่อทำการปลดปล่อยยาอย่างสม่ำเสมอโดยใช้เครื่องปั้มยาช่วยหรือการผ่าตัดเพื่อกระตุ้นสมองส่วนลึก คาดการณ์ว่าโดยทางสถิติน่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ในประเทศไทยประมาณหนึ่งแสนรายและเป็นประชากรผู้สูงอายุ และมีบางส่วนยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง ตลอดจนยังไม่ได้รักษาอย่างถูกวิธี ในปัจจุบันโรคพาร์กินสันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม รวมทั้งการเปลี่ยนถ่ายของ Stem Cell หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเซลล์ตัวอ่อนหรือ วิธีล้างสารตกค้างจากร่างกาย (Chelation) เนื่องจากยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ว่าเกิดจากอะไร แต่ในปัจจุบันนักวิจัยได้มีการตั้งสมมติฐานและทำการทดลองเพื่อหาสาเหตุของโรคนี้และหาทางหยุดยั้งการเสื่อมของเซลล์สมอง รวมทั้งทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นด้วย จึงเป็นโอกาสและความหวังของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวโรคพาร์กินสัน – Parkinson247

Create your website with WordPress.com
Get started